Pharma Nord Bio-Magnesium 60s
จุดเด่น
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Bio-Magnesium ประกอบไปด้วย เกลือแมกนีเซียม 3 ชนิด อยู่ในรูปแบบเม็ดที่มี คุณสมบัติละลายเร็วและดูดซึมได้ง่ายในร่างกาย ช่วยบำรุงระบบกระดูกและฟัน ช่วยบำรุงระบบประสาทและควบคุมการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ช่วยลดอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลียง่าย ผลิตภายใต้มาตรฐาน Danish pharmaceutical control
เหมาะสำหรับ
• ผู้ที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ รวมทั้งโรคหัวใจและหลอดเลือดเนื่องมาจากหลอดเลือดผิดปกติ เช่น ตีบ อุดตัน หรือหดเกร็ง
• ผู้ที่มีภาวะเครียดสูง ปวดหัวไมเกรน
• ผู้ที่มีภาวะโรคกระดูกพรุน
• ผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน
• ผู้ป่วยที่ทานยาขับปัสสาวะ
จุดเด่น
- เป็นแมกนีเซียมที่อยู่ในรูปของเกลือแมกนีเซียมที่แตกต่างกัน 3 ชนิด ทำให้เกิดการแตกตัวและดูดซึมได้ดี
- บรรจุในบลิสเตอร์แพ็ค ป้องกันการเสื่อมสภาพของผลิตภัณฑ์ตามวันหมดอายุจริง
- เป็นมาตรฐานการผลิตแบบยา (Pharmaceutical Grade) ผ่านมาตรฐาน GMP ของยุโรป
คุณสมบัติ
• ช่วยป้องกันและลดภาวะโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ รวมทั้งโรคหัวใจและหลอดเลือดอันเนื่องมาจากหลอดเลือดผิดปกติ
• ช่วยป้องกันและลดภาวะการเกิดอาการปวดหัวไมเกรน( Vasodilator)
• ใช้เป็นยาระบาย โดยที่ไม่ทำให้เกิดการปวดมวนและปวดเกร็งท้อง
• ช่วยปรับการต้านทาน glucose ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
• ช่วยลดภาวะพร่องของแมกนีเซียมในผู้ป่วยที่ทานยาขับปัสสาวะ
แมกนีเซียม
แมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุจำเป็นชนิดหนึ่งและมีคุณสมบัติเป็นด่าง แมกนีเซียมจัดเป็นแร่ธาตุที่มีมากที่สุดในร่างกายอันดับ 4 และมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าแร่ธาตุอื่นๆ
ประมาณ 98 % ของแมกนีเชียมจะอยู่ภายในเซลล์ ในผู้ใหญ่จะมีแมกนีเซียมอยู่ประมาณ 24 กรัม โดย 25% ของแมกนีเซียม จะพบในเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ และอีก 60% จะพบในกระดูกเช่นเดียวกับแคลเซียมและฟอสฟอรัสะกรด)
แมกนีเซียมมีบทบาทที่สำคัญหลายอย่างในร่างกาย อีกทั้งเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบเอนไซม์ต่างๆ มากกว่า 300 ชนิด แมกนีเซียมมีบทบาทดังนี้:
• ช่วยควบคุมการทำงานของระบบกล้ามเนื้อ
• เกี่ยวข้องกับกระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย
• ช่วยรักษากระดูกและฟันให้ปกติ
• ช่วยบำรุงระบบสมอง ความจำ และรักษาสมดุลแร่ธาตุในร่างกาย
• ช่วยบำรุงระบบประสาท
• ช่วยลดความเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า
• เกี่ยวข้องกับกระบวนการสังเคราะห์โปรตีนในร่างกาย
• เกี่ยวข้องกับกระบวนการแบ่งเซลล์
แหล่งของแมกนีเซียมที่สำคัญ ได้แก่ :
• ผักใบเขียว
• ถั่วอัลมอนต์
• ถั่วเปลือกแข็ง
• เมล็ดพืช
• ผลไม้
• ผักคะน้า
การขาดแมกนีเซียม
ถ้าหากในอาหารมีปริมาณโปรตีนน้อย (น้อยกว่า 30 กรัมต่อวัน) การดูดซึมแมกนีเซียมก็จะลดลง ในภาวะที่ร่างกายมีระดับแมกนีเซียมน้อย ร่างกายจะพยายามปรับตัวเพื่อรักษาระดับของแมกนีเซียมให้ปกติ โดยจะสลายเอาแมกนีเซียมออกจากเนื่อเยื่อกระดูก (เช่นเดียวกันกับเมื่อร่างกายขาดแคลเซียม) เนื่องจากกลไกการปรับตัวของร่างกายนี้ ทำให้การวัดระดับแมกนีเซียมในเลือดไม่มีประโยชน์มากนักในการตรวจหาว่าผู้ใดควรได้รับแมกนีเซียมเสริม
ผลของการรับประทานแมกนีเซียมมากเกินไป
ถ้าหากร่างกายได้รับแมกนีเซียมมากเกินความต้องการของร่างกาย ไตจะเป็นส่วนที่ขับเอาแมกนีเซียมออกมาทางปัสสาวะ จึงช่วยลดความเสี่ยงของการได้รับแมกนีเซียมที่มากเกินไปได้ เมื่อความต้องการแมกนีเซียมของร่างกายถึงจุดอิ่มตัว การได้รับแมกนีเซียมเพิ่มเข้าไปอีกก็จะถูกขับออกทางลำไส้ (ท้องเสีย) ซึ่งก็เป็นการป้องกันภาวะแมกนีเซียมเกินได้อีกด้วย ซึ่งการรับประทานแมกนีเซียมในขนาดที่สูง (มากกว่าหรือเท่ากับ 10 เท่าของขนาดรับประทานปกติ) อาจจะเป็นสาเหตุทำให้ท้องเสีย คลื่นไส้ และอาการอื่นๆ ได้
ผู้ที่มีปัญหาเรื่องไตบกพร่อง ไม่ควรรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมแมกนีเซียม ถ้าหากไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
วิธีการใช้/วิธีการรับประทาน
• รับประทานวันละ 1 เม็ด หลังอาหาร หรือตามคำแนะนำแพทย์
• สามารถรับประทานทั้งเม็ด หรือละลายในน้ำ 1 แก้ว สามารถรับประทานตอนท้องว่างได้
• เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นมังสวิรัติ
คำเตือน/ข้อควรระวัง
• ผู้ที่แพ้ต่อสารสำคัญ หรือสารประกอบในผลิตภัณฑ์
• ผู้ที่มีปัญหาเรื่องไตควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจจะทำให้ไตทำงานหนัก