Pharma Nord Bio-Pycnogenol ฟาร์มา นอร์ด พิกโนจีนอล

วิตามิน อาหารเสริม เวชสำอาง บำรุงผิว อุปกรณ์ดูแลสุขภาพ

เข้าสู่ระบบ    | ยังไม่มีสินค้า  
หน้าแรก  รีวิวสินค้า  ปัญหาสุขภาพ  วิธีสั่งซื้อ  ข่าวสาร  แนะนำสินค้า  สาระน่ารู้  ติดต่อเรา 
  PHARMA NORD

Pharma Nord Bio-Pycnogenol ฟาร์มา นอร์ด พิกโนจีนอล

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สารสกัดอันทรงคุณค่าจากเปลือกต้นสนมาริไทม์ฝรั่งเศส

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Pycnogenol เป็นสารสกัดอันทรงคุณค่าจากเปลือกต้นสนมาริไทม์ฝรั่งเศส (French maritime pine) ที่อุดมไปด้วยส่วนผสมของสารอาหารจากธรรมชาติ อันได้แก่ สารไบโอฟลาโวนอยด์ (bioflavonoids) และ กรดผลไม้ (fruit acids) หลากหลายชนิด ซึ่งนับว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ(antioxidant) ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยปราศจากสารเติมแต่งอื่นๆ
รหัสสินค้า10246

ขนาด90 เม็ด
ราคาปกติ 3050 บาท
ผู้ผลิตPHARMA NORD
สถานะสินค้ามีสินค้า in stock
ราคาพิเศษ 1 ขิ้น 2,100 บาท
ราคาพิเศษ
    สั่งซื้อ  
การจัดส่ง FLASH EXPRESS ทุกวันจันทร์ - เสาร์ ตัดรอบ 11.00 น. (1-2 วันทำการ)
การชำระเงิน ดูรายละเอียด
 
รายละเอียดสินค้า
Pharma Nord Bio-Pycnogenol ฟาร์มา นอร์ด พิกโนจีนอล 90 เม็ด Bio Pycnogenol คือ? เป็นสารสกัดที่ผลิตจากเปลือกสนมาริไทม์ฝรั่งเศส (Pinus pinaster) ที่อุดมไปด้วย “สารไบโอฟลาโวนอยด์” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Pycnogenol เป็นสารสกัดอันทรงคุณค่าจากเปลือกต้นสนมาริไทม์ฝรั่งเศส (French maritime pine) ที่อุดมไปด้วยส่วนผสมของสารอาหารจากธรรมชาติ อันได้แก่ สารไบโอฟลาโวนอยด์ (bioflavonoids) และ กรดผลไม้ (fruit acids) หลากหลายชนิด ซึ่งนับว่าเป็นสารอนุมูลอิสระ(antioxidant) ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยปราศจากสารเติมแต่งอื่นๆ ไบโอ-พิกโนจีนอล เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยสนับสนุนการไหลเวียนของโลหิตในร่างกาย ในสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์ Pycnogenol ติดอันดับ 1 ใน 10 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซึ่งเป็นที่นิยม และเป็นสารที่ได้มีการศึกษาถึงคุณประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ Pycnogenol คือ เปลือก สน ฝรั่งเศส Pycnogenol เป็นชื่อเรียกของสารสกัดจากเปลือกต้นสน มาริไทม์ฝรั่งเศส (หรือชื่อลาตินเรียกว่า Pinus pinaster) ต้นสนชนิดนี้เดิมทีเป็นพืชที่ขึ้นตามธรรมชาติ สามารถพบได้ที่ชายฝั่งทะเลทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส แต่ปัจจุบันได้ถูกปลูกในพื้นที่กว่า 2.5 ล้านเอเคอร์ (5 ล้านไร่) ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส เนื้อไม้จะถูกนำไม้มาใช้ผลิต เฟอร์นิเจอร์ โดยต้นสนทั้งหมดที่ถูกตัด และมีการปลูกต้นกล้าทดแทนใหม่เพื่อให้มีผลผลิตที่ต่อเนื่อง ในการผลิตแผ่นไม้แต่ละครั้ง จะได้เศษเปลือกสนออกมาเป็นจำนวนมาก จึงมีการนำเศษเปลือกต้นสนเหล่านั้นมาใช้เป็นวัตถุดิบที่สำคัญในการสกัดสาร พิกโนจีนอลนั่นเอง Pycnogenol นั่นเอง (ปริมาณเปลือกต้นสน 1,000 กิโลกรัม จะสามารถสกัดสารPycnogenolอลออกมาได้เพียง 1 กิโลกรัม) ที่สำคัญการสกัดPycnogenolจะต้องทำภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากต้นสนถูกตัดมาใช้ ไม่มีการใช้สารกําจัดศัตรูพืชบนเนื้อไม้และกระบวนการสกัดที่ได้รับการจดสิทธิบัตรแล้ว จะไม่ใช้สารตัวทำละลายที่เป็นพิษ สาร Pycnogenol ผลิตได้โดยนำเปลือกนอกของต้นสนตัดใหม่มาผ่านกระบวนการพิเศษโดยบดให้เป็นผงและนำไปสกัดด้วยเอทธานอล และน้ำ หลังจากได้สารสกัดที่สะอาด จึงนำไปผ่านการทำแห้งแบบพ่นฝอย (spray-dried) จนได้เป็นผงละเอียดสีน้ำตาล โดยสารสกัดPycnogenolที่ได้จะมีสารโปรไซยานิดินส์ (procyanidines) ที่มีปริมาณเป็นไปตามเกณฑ์การควบคุมมาตรฐานคือ 70% +/- 5% ของสารสำคัญทั้งหมดที่มีอยู่ Pycnogenol เป็นสารสกัดที่มีการศึกษาเป็นอย่างดี สาร Pycogenol เป็นสารสกัดที่ใช้เป็นยาสามัญประจำบ้านในกว่า 11 ประเทศทั่วโลก เนื่องด้วยมีการศึกษาที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารวิชาการกว่า 514 ฉบับในปี 2022 ว่าการทานสารสกัด Pyconogenol มีผลดีต่อระบบต่างๆในร่างกายอันได้แก่ ระบบหัวใจและหลอดเลือด, ผิวหนัง, ดวงตา, ช่องปาก, ความรู้ความจำ, ช่วยดูแลข้อต่อสำหรับนักกีฬาหรือคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ, คนที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคภูมิแพ้ เบาหวาน และอื่นๆอีกมากมาย เมื่อรับประทานเป็นประจำ ในการศึกษาที่ยาวนานกว่า 50 ปี ทำให้มีความนิยมใช้สารสกัด Pycogenol อย่างแพร่หลาย และยังไม่มีรายงานผลข้างเคียงจากการรับประทานสารสกัด Pycogenol Pycnogenol นั้นประกอบได้ด้วยสารไบโอฟลาโวนอยด์หลายประเภท อาทิเช่น คาเทชิน (catechin), อีพิคาเทชิน (epicatechin), ฟลาโวน (flavones) และ แทกซิโฟลิน (taxifolin) อีกทั้งยังอุดมไปด้วยกรดผลไม้ที่สำคัญหลายชนิด ได้แก่ กรดคาเฟอิก (caffeic acid),กรดเฟอรูลิก (ferulic acid), กรดแกลลิก (gallic acid), กรดคูมาริก (coumaric acid) และ กรดวานิลิก (vanillic acid) โดยทั้งไบโอ ฟลาโวนอยด์และกรดผลไม้เหล่านี้สามารถพบได้โดยทั่วไปในผักและผลไม้ชนิดอื่นๆ แต่ยังไม่พบว่ามีพืชชนิดใดที่มีสารทั้งสองกลุ่มอยู่ในต้นเดียวกันดังเช่นที่พบในต้นสนมาริไทม์ฝรั่งเศสที่นำมาสกัดเป็นสารสกัดPycnogenol Pycnogenol ทำหน้าที่เป็นสารอนุมูลอิสระที่จะช่วยบำรุงให้มีสุขภาพที่ดี โดยการป้องกันเซลล์ต่างๆ ของร่างกายจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเกิดกระบวนการออกซิเดชั่น Refer to: https://www.researchgate.net/figure/Structural-representation-of-a-procyanidin-molecule-consisting-of-catechin-and_fig1_334217129 Pycnogenol นั้นประกอบได้ด้วยสารไบโอฟลาโวนอยด์หลายประเภท อาทิเช่น คาเทชิน (catechin), อีพิคาเทชิน (epicatechin), ฟลาโวน (flavones) และ แทกซิโฟลิน (taxifolin) อีกทั้งยังอุดมไปด้วยกรดผลไม้ที่สำคัญหลายชนิด ได้แก่ กรดคาเฟอิก (caffeic acid),กรดเฟอรูลิก (ferulic acid), กรดแกลลิก (gallic acid), กรดคูมาริก (coumaric acid) และ กรดวานิลิก (vanillic acid) โดยทั้งไบโอ ฟลาโวนอยด์และกรดผลไม้เหล่านี้สามารถพบได้โดยทั่วไปในผักและผลไม้ชนิดอื่นๆ แต่ยังไม่พบว่ามีพืชชนิดใดที่มีสารทั้งสองกลุ่มอยู่ในต้นเดียวกันดังเช่นที่พบในต้นสนมาริไทม์ฝรั่งเศสที่นำมาสกัดเป็นสารสกัดPycnogenol Pycnogenol ทำหน้าที่เป็นสารลดอนุมูลอิสระที่จะช่วยบำรุงให้มีสุขภาพที่ดี โดยการป้องกันเซลล์ต่างๆ ของร่างกายจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อมีการออกซิเดชั่น เป็นสารสกัดที่มีความปลอดภัยสูง Pycnogenol นั้นเป็นที่รู้จักแพร่หลายมานานกว่า 50 ปี และเป็นสารที่ได้รับการศึกษาและทดลองทางวิทยาศาสตร์อย่างกว้างขวาง ได้รับการยอมรับด้านความปลอดภัยในการบริโภค โดยผ่านการรับรองสถานะGRAS (Generally Recognized As Safe – ได้รับการยอมโดยทั่วไปว่าปลอดภัย) จากผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยา ซึ่งยืนยันถึงความปลอดภัยของPycnogenol สำหรับการบริโภคในมนุษย์ ไบโอฟลาโวนอยด์ คืออะไร? ไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) หรือ ฟลาโวนอยด์ (flavonoids) คือชื่อเรียกกลุ่มสารที่สามารถละลายน้ำได้ เป็นกลุ่มสารทุติยภูมิที่พืชผลิตขึ้นมาเอง (secondary plant substances) ที่อยู่ในรูปสารอินทรีย์จำพวกฟลาโวน (flavone) โดยสารไบโอฟลาโวนอยด์ มีบทบาทสำคัญคือ เป็นรงควัตถุหรือสารที่ให้สี และเป็นสารอนุมูลอิสระสำหรับพืชนั่นเอง ไบโอฟลาโวนอยด์มีอยู่ทั่วไปใน ผัก ผลไม้ ถั่ว เมล็ดพืช และ รากพืช สารนี้มีบทบาทหน้าที่สำคัญต่อร่างกายคล้ายกับสารพวกวิตามิน จึงเคยถูกเรียกในอีกชื่อว่า วิตามินพี (Vitamin P) โดย อักษรตัวP ย่อมาจากคำว่า ”Permeability” (การแซกซึมผ่านได้) หรือ penetrability(ที่ผ่านทะลุได้) การได้รับปริมาณของสารกลุ่มไบโอ ฟลาโวนอยด์ที่เพียงพอสู่ร่างกาย ถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญของโภชนาการที่หลากหลาย และดีต่อสุขภาพ. ปฏิกิริยาทางด้านชีวะเคมี (Biochemical reaction) ❖ เป็นสารอนุมูลอิสระชนิดเข้มข้น (Potent antioxidant) เนื่องจากมีมีไบโอฟลาโวนอยด์(bioflavonoids) ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ❖ มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ (Anti - inflammatory) ช่วยส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีโดย ปกป้องเซลล์จากความเสียหายจากกระบวนการออกซิเดชั่น มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจึงสามารถช่วยลดกระบวนการอักเสบที่บริเวณข้อเข่า ช่วยลดอาการปวด ลดอาการข้อติดขัดได้มีการศึกษาในผู้ป่วยที่มีอาการปวดข้อเข่า และปวดหลัง นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดการอักเสบภายหลังจากการติดเชื้อได้อีกด้วย จากการศึกษาโดยการวัดระดับ Marker ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบได้แก่ Interleukin-6 (IL-6) และ Plasma high sensitive C-reaction protein ❖ มีส่วนช่วยในการสร้างสารไนตริกออกไซด์ (Nitric oxide) ที่มีส่วนช่วยในการยับยั้งการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน จึงมีส่วนช่วยในการบำรุงหัวใจและหลอดเลือด จากการศึกษาพบว่าสามารถลดการหนาตัวของผนังหลอดเลือดอันเป็นสาเหตุของการเกิดลิ่มเลือดได้ถึง 75% ❖ ช่วยกระตุันการสร้างคอลลาเจนประเภทที่ 1 (Collagen type I) ซึ่งเป็นส่วนประกอบในผิวหนัง ช่วยทำให้ผิวหนังแข็งแรงมากขึ้น ❖ ยับยั้งการสร้างแอลฟ่ากลูโคไซด์แอคทิวิตี้ (Alpha - glucoside activity) ซึ่งมีส่วนช่วยในการลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือด จึงเหมาะกับคนที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคเบาหวานหรือมีความเสี่ยงน้ำตาลในกระแสเลือดสูง Pycogenol มีส่วนช่วยในการรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และการติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะ พบว่า 1 ใน 3 ของประชากรผู้หญิงติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะ ที่อายุเฉลี่ย 24 ปี และ 25 - 30% มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำอย่างน้อย 1 ครั้ง มีการศึกษาให้ Pycogenol ขนาด 150 มิลลิกรัมทุกวันในผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะพบว่าสามารถลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำภายใน 2 เดือนได้ถึง 62% เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยยาปฏิชีวะนะที่ลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้เพียง 29% Pycogenol กับการดูแลผิวหนังให้สวยอยู่เสมอ จากการศึกษาพบว่าสารสกัด Pycogenol สามารถยับยั้งเอนไซม์ที่ย่อยโปรตีนที่ผิวหนังได้แก่ Matrix metalloproteinases (MMPs) ในขณะเดียวกันสามารถกระตุ้นการสร้าง Collagen ได้อีกด้วย จึงมีผลช่วยในเรื่องทำให้ผิวหนังดูอ่อนวัย ต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องผิวหนังจากแสงแดด ยับยั้งการเกาะกุ่มกันของเม็ดสีเมลานินซึ่งเป็นสาเหตุของผิวคล้ำ ในผู้หญิงหมดประจำเดือนผิวหนังจะขาดความชุ่มชื่น รวมทั้งความยืดหยุ่นของผิวน้อยกว่าในผู้หญิงที่ยังมีประจำเดือนอยู่อันมีผลมาจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป การศึกษาการใช้สารสกัด Pygocenol 12 สัปดาห์ ในผู้หญิงหมดประจำเดือน ช่วงอายุ 55 - 58 ปี พบว่าสามารถสร้างเอนไซม์ที่ใช้สร้าง Hyaluronic acid เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง อีกทั้งยังเพิ่ม Collagen type I ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นแข็งแรงมากขึ้น ขนาดรับประทาน ❖ รับประทานครั้งละ 2เม็ด วันละ 2 ครั้งเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ หลังจากนั้นให้รับประทานครั้งละ 1 เม็ดสองครั้งต่อวัน หรือ ใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ หรือ เภสัชกร ❖ ไม่ควรเคี้ยวเม็ดผลิตภัณฑ์ ควรกลืนทั้งเม็ด ระหว่างกำลังรับประทานทานอาหาร หรือ หลังมื้ออาหาร ❖ ไบโอ-พิกโนจีนอล สามารถรับประทานร่วมกับผลิตภัณฑ์ วิตามินซี และวิตามินอีได้ Pycnogenol® เป็นผลิตภัณฑ์จดทะเบียนภายใต้บริษัท Horphag Research จำกัด และได้รับความคุ้มครองตามสิทธิบัตรหมายเลข 4.698.360จากสหรัฐอเมริกา). อ.ย 10-3-05143-1-0018

Pharma Nord Bio-Pycnogenol

ฟาร์มา นอร์ด พิกโนจีนอล 90 เม็ด


Bio Pycnogenol คือ?

 เป็นสารสกัดที่ผลิตจากเปลือกสนมาริไทม์ฝรั่งเศส (Pinus pinaster) ที่อุดมไปด้วย “สารไบโอฟลาโวนอยด์” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Pycnogenol เป็นสารสกัดอันทรงคุณค่าจากเปลือกต้นสนมาริไทม์ฝรั่งเศส (French maritime pine) ที่อุดมไปด้วยส่วนผสมของสารอาหารจากธรรมชาติ อันได้แก่ สารไบโอฟลาโวนอยด์ (bioflavonoids) และ กรดผลไม้ (fruit acids) หลากหลายชนิด ซึ่งนับว่าเป็นสารอนุมูลอิสระ(antioxidant) ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยปราศจากสารเติมแต่งอื่นๆ ไบโอ-พิกโนจีนอล เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยสนับสนุนการไหลเวียนของโลหิตในร่างกาย ในสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์ Pycnogenol ติดอันดับ 1 ใน 10 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซึ่งเป็นที่นิยม และเป็นสารที่ได้มีการศึกษาถึงคุณประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ
 

Pycnogenol คือ เปลือก สน ฝรั่งเศส

  Pycnogenol เป็นชื่อเรียกของสารสกัดจากเปลือกต้นสน มาริไทม์ฝรั่งเศส (หรือชื่อลาตินเรียกว่า Pinus pinaster) ต้นสนชนิดนี้เดิมทีเป็นพืชที่ขึ้นตามธรรมชาติ สามารถพบได้ที่ชายฝั่งทะเลทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส แต่ปัจจุบันได้ถูกปลูกในพื้นที่กว่า 2.5 ล้านเอเคอร์ (5 ล้านไร่) ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส เนื้อไม้จะถูกนำไม้มาใช้ผลิต เฟอร์นิเจอร์ โดยต้นสนทั้งหมดที่ถูกตัด และมีการปลูกต้นกล้าทดแทนใหม่เพื่อให้มีผลผลิตที่ต่อเนื่อง ในการผลิตแผ่นไม้แต่ละครั้ง จะได้เศษเปลือกสนออกมาเป็นจำนวนมาก จึงมีการนำเศษเปลือกต้นสนเหล่านั้นมาใช้เป็นวัตถุดิบที่สำคัญในการสกัดสาร พิกโนจีนอลนั่นเอง Pycnogenol นั่นเอง (ปริมาณเปลือกต้นสน 1,000 กิโลกรัม จะสามารถสกัดสารPycnogenolอลออกมาได้เพียง 1 กิโลกรัม) ที่สำคัญการสกัดPycnogenolจะต้องทำภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากต้นสนถูกตัดมาใช้ ไม่มีการใช้สารกําจัดศัตรูพืชบนเนื้อไม้และกระบวนการสกัดที่ได้รับการจดสิทธิบัตรแล้ว จะไม่ใช้สารตัวทำละลายที่เป็นพิษ

  สาร Pycnogenol ผลิตได้โดยนำเปลือกนอกของต้นสนตัดใหม่มาผ่านกระบวนการพิเศษโดยบดให้เป็นผงและนำไปสกัดด้วยเอทธานอล และน้ำ หลังจากได้สารสกัดที่สะอาด จึงนำไปผ่านการทำแห้งแบบพ่นฝอย (spray-dried) จนได้เป็นผงละเอียดสีน้ำตาล โดยสารสกัดPycnogenolที่ได้จะมีสารโปรไซยานิดินส์ (procyanidines) ที่มีปริมาณเป็นไปตามเกณฑ์การควบคุมมาตรฐานคือ 70% +/- 5% ของสารสำคัญทั้งหมดที่มีอยู่


Pycnogenol เป็นสารสกัดที่มีการศึกษาเป็นอย่างดี

 สาร Pycogenol เป็นสารสกัดที่ใช้เป็นยาสามัญประจำบ้านในกว่า 11 ประเทศทั่วโลก เนื่องด้วยมีการศึกษาที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารวิชาการกว่า 514 ฉบับในปี 2022 ว่าการทานสารสกัด Pyconogenol มีผลดีต่อระบบต่างๆในร่างกายอันได้แก่ ระบบหัวใจและหลอดเลือด, ผิวหนัง, ดวงตา, ช่องปาก, ความรู้ความจำ, ช่วยดูแลข้อต่อสำหรับนักกีฬาหรือคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ, คนที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคภูมิแพ้ เบาหวาน และอื่นๆอีกมากมาย เมื่อรับประทานเป็นประจำ ในการศึกษาที่ยาวนานกว่า 50 ปี ทำให้มีความนิยมใช้สารสกัด Pycogenol อย่างแพร่หลาย และยังไม่มีรายงานผลข้างเคียงจากการรับประทานสารสกัด Pycogenol

  Pycnogenol นั้นประกอบได้ด้วยสารไบโอฟลาโวนอยด์หลายประเภท อาทิเช่น คาเทชิน (catechin), อีพิคาเทชิน (epicatechin), ฟลาโวน (flavones) และ แทกซิโฟลิน (taxifolin) อีกทั้งยังอุดมไปด้วยกรดผลไม้ที่สำคัญหลายชนิด ได้แก่ กรดคาเฟอิก (caffeic acid),กรดเฟอรูลิก (ferulic acid), กรดแกลลิก (gallic acid), กรดคูมาริก (coumaric acid) และ กรดวานิลิก (vanillic acid) โดยทั้งไบโอ ฟลาโวนอยด์และกรดผลไม้เหล่านี้สามารถพบได้โดยทั่วไปในผักและผลไม้ชนิดอื่นๆ แต่ยังไม่พบว่ามีพืชชนิดใดที่มีสารทั้งสองกลุ่มอยู่ในต้นเดียวกันดังเช่นที่พบในต้นสนมาริไทม์ฝรั่งเศสที่นำมาสกัดเป็นสารสกัดPycnogenol

  Pycnogenol ทำหน้าที่เป็นสารอนุมูลอิสระที่จะช่วยบำรุงให้มีสุขภาพที่ดี โดยการป้องกันเซลล์ต่างๆ ของร่างกายจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเกิดกระบวนการออกซิเดชั่น

 

Refer to: https://www.researchgate.net/figure/Structural-representation-of-a-procyanidin-molecule-consisting-of-catechin-and_fig1_334217129

 

Pycnogenol นั้นประกอบได้ด้วยสารไบโอฟลาโวนอยด์หลายประเภท อาทิเช่น คาเทชิน (catechin), อีพิคาเทชิน (epicatechin), ฟลาโวน (flavones) และ แทกซิโฟลิน (taxifolin) อีกทั้งยังอุดมไปด้วยกรดผลไม้ที่สำคัญหลายชนิด ได้แก่ กรดคาเฟอิก (caffeic acid),กรดเฟอรูลิก (ferulic acid), กรดแกลลิก (gallic acid), กรดคูมาริก (coumaric acid) และ กรดวานิลิก (vanillic acid) โดยทั้งไบโอ ฟลาโวนอยด์และกรดผลไม้เหล่านี้สามารถพบได้โดยทั่วไปในผักและผลไม้ชนิดอื่นๆ แต่ยังไม่พบว่ามีพืชชนิดใดที่มีสารทั้งสองกลุ่มอยู่ในต้นเดียวกันดังเช่นที่พบในต้นสนมาริไทม์ฝรั่งเศสที่นำมาสกัดเป็นสารสกัดPycnogenol

Pycnogenol ทำหน้าที่เป็นสารลดอนุมูลอิสระที่จะช่วยบำรุงให้มีสุขภาพที่ดี โดยการป้องกันเซลล์ต่างๆ ของร่างกายจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อมีการออกซิเดชั่น
 

เป็นสารสกัดที่มีความปลอดภัยสูง
  Pycnogenol นั้นเป็นที่รู้จักแพร่หลายมานานกว่า 50 ปี และเป็นสารที่ได้รับการศึกษาและทดลองทางวิทยาศาสตร์อย่างกว้างขวาง ได้รับการยอมรับด้านความปลอดภัยในการบริโภค โดยผ่านการรับรองสถานะGRAS (Generally Recognized As Safe – ได้รับการยอมโดยทั่วไปว่าปลอดภัย) จากผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยา ซึ่งยืนยันถึงความปลอดภัยของPycnogenol สำหรับการบริโภคในมนุษย์


ไบโอฟลาโวนอยด์ คืออะไร?
  
ไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) หรือ ฟลาโวนอยด์ (flavonoids) คือชื่อเรียกกลุ่มสารที่สามารถละลายน้ำได้ เป็นกลุ่มสารทุติยภูมิที่พืชผลิตขึ้นมาเอง (secondary plant substances) ที่อยู่ในรูปสารอินทรีย์จำพวกฟลาโวน (flavone) โดยสารไบโอฟลาโวนอยด์ มีบทบาทสำคัญคือ เป็นรงควัตถุหรือสารที่ให้สี และเป็นสารอนุมูลอิสระสำหรับพืชนั่นเอง ไบโอฟลาโวนอยด์มีอยู่ทั่วไปใน ผัก ผลไม้ ถั่ว เมล็ดพืช และ รากพืช สารนี้มีบทบาทหน้าที่สำคัญต่อร่างกายคล้ายกับสารพวกวิตามิน จึงเคยถูกเรียกในอีกชื่อว่า วิตามินพี (Vitamin P) โดย อักษรตัวP ย่อมาจากคำว่า ”Permeability” (การแซกซึมผ่านได้) หรือ penetrability(ที่ผ่านทะลุได้)

  การได้รับปริมาณของสารกลุ่มไบโอ ฟลาโวนอยด์ที่เพียงพอสู่ร่างกาย ถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญของโภชนาการที่หลากหลาย และดีต่อสุขภาพ.

 

ปฏิกิริยาทางด้านชีวะเคมี (Biochemical reaction)

เป็นสารอนุมูลอิสระชนิดเข้มข้น (Potent antioxidant) เนื่องจากมีมีไบโอฟลาโวนอยด์(bioflavonoids) ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ (Anti - inflammatory) ช่วยส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีโดย ปกป้องเซลล์จากความเสียหายจากกระบวนการออกซิเดชั่น มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจึงสามารถช่วยลดกระบวนการอักเสบที่บริเวณข้อเข่า ช่วยลดอาการปวด ลดอาการข้อติดขัดได้มีการศึกษาในผู้ป่วยที่มีอาการปวดข้อเข่า และปวดหลัง นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดการอักเสบภายหลังจากการติดเชื้อได้อีกด้วย จากการศึกษาโดยการวัดระดับ Marker ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบได้แก่ Interleukin-6 (IL-6) และ Plasma high sensitive C-reaction protein

❖ มีส่วนช่วยในการสร้างสารไนตริกออกไซด์ (Nitric oxide) ที่มีส่วนช่วยในการยับยั้งการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน จึงมีส่วนช่วยในการบำรุงหัวใจและหลอดเลือด จากการศึกษาพบว่าสามารถลดการหนาตัวของผนังหลอดเลือดอันเป็นสาเหตุของการเกิดลิ่มเลือดได้ถึง 75%

ช่วยกระตุันการสร้างคอลลาเจนประเภทที่ 1 (Collagen type I) ซึ่งเป็นส่วนประกอบในผิวหนัง ช่วยทำให้ผิวหนังแข็งแรงมากขึ้น

❖ ยับยั้งการสร้างแอลฟ่ากลูโคไซด์แอคทิวิตี้ (Alpha - glucoside activity) ซึ่งมีส่วนช่วยในการลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือด จึงเหมาะกับคนที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคเบาหวานหรือมีความเสี่ยงน้ำตาลในกระแสเลือดสูง

 

Pycogenol มีส่วนช่วยในการรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และการติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะ

  พบว่า 1 ใน 3 ของประชากรผู้หญิงติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะ ที่อายุเฉลี่ย 24 ปี และ 25 - 30% มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำอย่างน้อย 1 ครั้ง มีการศึกษาให้ Pycogenol ขนาด 150 มิลลิกรัมทุกวันในผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะพบว่าสามารถลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำภายใน 2 เดือนได้ถึง 62% เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยยาปฏิชีวะนะที่ลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้เพียง 29%

 

Pycogenol กับการดูแลผิวหนังให้สวยอยู่เสมอ

  จากการศึกษาพบว่าสารสกัด Pycogenol สามารถยับยั้งเอนไซม์ที่ย่อยโปรตีนที่ผิวหนังได้แก่ Matrix metalloproteinases (MMPs) ในขณะเดียวกันสามารถกระตุ้นการสร้าง Collagen ได้อีกด้วย จึงมีผลช่วยในเรื่องทำให้ผิวหนังดูอ่อนวัย ต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องผิวหนังจากแสงแดด ยับยั้งการเกาะกุ่มกันของเม็ดสีเมลานินซึ่งเป็นสาเหตุของผิวคล้ำ

  ในผู้หญิงหมดประจำเดือนผิวหนังจะขาดความชุ่มชื่น รวมทั้งความยืดหยุ่นของผิวน้อยกว่าในผู้หญิงที่ยังมีประจำเดือนอยู่อันมีผลมาจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป การศึกษาการใช้สารสกัด Pygocenol 12 สัปดาห์ ในผู้หญิงหมดประจำเดือน ช่วงอายุ 55 - 58 ปี พบว่าสามารถสร้างเอนไซม์ที่ใช้สร้าง Hyaluronic acid เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง อีกทั้งยังเพิ่ม Collagen type I ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นแข็งแรงมากขึ้น

 

ขนาดรับประทาน

❖ รับประทานครั้งละ 2เม็ด วันละ 2 ครั้งเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ หลังจากนั้นให้รับประทานครั้งละ 1 เม็ดสองครั้งต่อวัน หรือ ใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ หรือ เภสัชกร

❖ ไม่ควรเคี้ยวเม็ดผลิตภัณฑ์ ควรกลืนทั้งเม็ด ระหว่างกำลังรับประทานทานอาหาร หรือ หลังมื้ออาหาร

❖ ไบโอ-พิกโนจีนอล สามารถรับประทานร่วมกับผลิตภัณฑ์ วิตามินซี และวิตามินอีได้


Pycnogenol® เป็นผลิตภัณฑ์จดทะเบียนภายใต้บริษัท Horphag Research จำกัด และได้รับความคุ้มครองตามสิทธิบัตรหมายเลข 4.698.360จากสหรัฐอเมริกา).

อ.ย 10-3-05143-1-0018

 

 

Pharma Nord Bio-Pycnogenol  ฟาร์มา นอร์ด พิกโนจีนอล

Pharma Nord Bio-Pycnogenol  ฟาร์มา นอร์ด พิกโนจีนอล

Pharma Nord Bio-Pycnogenol  ฟาร์มา นอร์ด พิกโนจีนอล

Pharma Nord Bio-Pycnogenol  ฟาร์มา นอร์ด พิกโนจีนอล

Pharma Nord Bio-Pycnogenol  ฟาร์มา นอร์ด พิกโนจีนอล

คำเตือน เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน
ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ
ไม่มีผลในการป้องกัน หรือรักษาโรค

สืบเนื่องจาก พรบ.โฆษณาอาหาร ทำให้ไม่สามารถใส่สรรพคุณสินค้าได้โดยตรง
ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE ID : @365Wecare
หรือโทรศัพท์สอบถามโดยตรงได้ที่เบอร์ 082-619-2414 ค่ะ



Copyright © 2011-2023 www.365wecare.com | Site Map