365WECARE

ความดันสูงเกิดจาก

   ความดันโลหิตสูง หมายถึง ภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงความดันในหลอดเลือดที่สูงขึ้น ซึ่งในปัจจุบันแพทย์วินิจฉัยว่าในภาวะปกติผู้ที่มีความดันเท่ากับหรือมากกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท เป็นผู้ที่มีความดันโลหิตสูง หากปล่อยทิ้งไว้ให้อยู่ในระดับนี้นานๆ อาจทำให้อวัยวะต่างๆในร่างกายเสื่อม เช่น มีโอกาสเป็นโรคหัวใจตีบตัน 3-4เท่า และโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน 7 เท่าของผู้ที่มีความดันปกติ และถ้าปล่อยทิ้งไว้ความดันจะเพิ่มขึ้นทุกๆ 10 มิลลิเมตรปรอทต่อปี ซึ่งวัดได้ 2 ค่า ได้แก่

ความดันโลหิตค่าบน คือ แรงดันโลหิตขณะที่หัวใจบีบตัวเต็มที่

ความดันโลหิตค่าล่าง คือ แรงดันโลหิตขณะที่หัวใจคลายตัวเต็มที่

   ความดันโลหิตสูง เป็นภาวะที่ตรวจพบว่ามีความดันโลหิตอยู่ในระดับสูงผิดปกติ คือ มากกว่าหรือเท่ากับ 140/90 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งอาจไม่แสดงอาการแต่จะเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ไตวาย เป็นต้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสมอาจทำให้ผู้ป่วยทุพพลภาพหรือเสียชีวิตได้ โรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน คนส่วนใหญ่ที่มีความดันโลหิตสูงมักจะไม่รู้ตัวว่าเป็น เมื่อรู้ตัวว่าเป็นส่วนมากจะไม่ได้รับการดูแลรักษา ส่วนหนึ่งอาจจะเนื่องจากไม่มีอาการ ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสนใจ เมื่อเริ่มมีอาการหรือภาวะแทรกซ้อนแล้วจึงจะเริ่มสนใจและรักษา ซึ่งบางครั้งก็อาจจะทำให้ผลการรักษาไม่ดีเท่าที่ควร การควบคุมความดันโลหิตให้ปกติอย่างสม่ำเสมอ สามารถลดโอกาสเกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้

 

ชนิดของโรคความดันโลหิตสูง

  • ชนิดที่ไม่ทราบสาเหตุชัดเจน ส่วนใหญ่เชื่อกันว่าเกิดจาก 2 ปัจจัย คือ กรรมพันธุ์หรือสิ่งแวดล้อม โดยส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยส่งเสริม เช่น ภาวะอ้วน เบาหวาน ทานอาหารเค็ม ดื่มสุรา สูบบุหรี่ เครียด เป็นต้น 
  • ชนิดที่ทราบสาเหตุ เป็นโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นผลมาจาก ที่เป็นโรคอื่นมาก่อนและมักต้องรักษาโรคที่เป็นสาเหตุด้วย เช่น เนื้องอกที่ต่อมหมวกไต ไตวายเรื้อรัง หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงไตตีบ หลอดเลือดแดงใหญ่ตีบในส่วนของช่องอก รวมถึงผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์เป็นประจำ ซึ่งมักพบในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 45 ปี 

 

อาการของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

   ผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการ แต่บางรายพบว่า มีอาการ ปวดหัว เวียนหัว มึนงง เหนื่อยง่ายผิดปกติ ซึ่งหากมีภาวะความดันโลหิตสูงนานๆ แต่ไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้อวัยวะสำคัญต่างๆในร่างกายถูกทำลาย ได้แก่ หัวใจ สมอง ไต หลอดเลือด และตา เนื่องจากภาวะความดันโลหิตสูงจะทำให้ผนังหลอดเลือดแดงหนาตัวขึ้นและรูเล็กลง ทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้น้อยลง ส่งผลให้อวัยวะเหล่านั้นทำงานไม่เป็นปกติ และหากถูกทำลายรุนแรงอาจส่งผลให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

 

สาเหตุของความดันโลหิตสูง

   โรคความดันโลหิตสูงมากกว่า 90% เป็นความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ (Essential Hypertension) มักพบได้บ่อยในรายที่มีประวัติครอบครัวเป็นความดันโลหิตสูง อายุมาก ส่วนใหญ่กลุ่มที่ทราบสาเหตุพบได้น้อย ซึ่งเกิดได้ในผู้ป่วยที่มีโรคอยู่แล้ว เช่น โรคไต หลอดเลือดที่ไตตีบ ครรภ์เป็นพิษ เนื้องอกบางชนิด โรคทางต่อมหมวกไต เป็นต้น

ปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง 

  ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้

    ► กรรมพันธุ์ จากการสำรวจความถี่ในการเกิดโรค พบว่า ผู้ที่มีพ่อแม่เป็นโรคความดันโลหิตสูง มีโอกาสและความเสี่ยงในการเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้มากกว่า

    ► เพศและอายุ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย มีข้อมูลบ่งบอกว่า พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ในช่วงก่อนอายุ 50 ปี แต่เมื่ออายุเลย 50 ปี ผู้หญิงจะมีโอกาสเกิดโรคความดันโลหิตสูงมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากผู้หญิงมีฮอร์โมนเอสโทรเจนลดลง ซึ่งมีผลต่อความยืดหยุ่นของเส้นเลือด ส่วนในผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป พบความดันโลหิตสูงเท่ากันทั้ง 2 เพศ 

  ปัจจัยที่ควบคุมได้

    ► อ้วนหรือมีน้ำหนักเกิน 

    ► ไขมันในเลือดสูง

    ► ดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก

    ► กินเค็มเป็นประจำ

    ► ​​​​​​​ขาดการออกกำลังกาย

    ► มีภาวะดื้ออินซูลินหรือเป็นเบาหวาน

ปัจจัยแวดล้มต่างๆ ที่มีผลต่อความดันโลหิตสูง

อายุ ส่วนใหญ่เมื่ออายุมากขึ้น ความดันโลหิตจะสูงขึ้น แต่ก็ไม่ได้เป็นกฎตายตัวว่าอายุมากขึ้นความดันโลหิตจะสูงขึ้นเสมอไป

เวลา ความดันโลหิตจะขึ้นๆ ลงๆ ไม่เท่ากันตลอดวัน

จิตใจและอารมณ์ พบว่ามีผลต่อความดันโลหิตได้มาก ขณะที่ได้รับความเครียด อาจทำให้ความดันโลหิตสูงกว่าปกติได้ถึง 30 มิลลิเมตรปรอท ขณะที่พักผ่อนความดันโลหิตก็จะสามารถกลับมาสู่ภาวะปกติได้

เพศ พบว่าเพศชายจะเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้บ่อยกว่าเพศหญิง

พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ผู้ที่มีบิดาและมารดา เป็นโรคความดันโลหิตสูงมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ที่ไม่มีประวัติในครอบครัว สิ่งแวดล้อมที่เคร่งเครียด ก็ทำให้มีแนวโน้มการเป็นโรคความดันสูงขึ้นด้วยเช่นกัน

สภาพภูมิศาสตร์ ผู้ที่อยู่ในสังคมเมืองจะพบภาวะความดันโลหิตสูงมากกว่าในสังคมชนบท

เชื้อชาติ พบว่าชาวแอฟริกันอเมริกันมีความดันโลหิตสูงมากกว่าชาวอเมริกันผิวขาว

ภาวะแทรกซ้อนจากความดันโลหิตสูง 

หัวใจทำงานหนักขึ้น ทำให้ผนังหัวใจหนาตัวและถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ผนังหัวใจจะยืดออกและเสียหน้าที่ ทำให้เกิดหัวใจโต และหัวใจวายได้ในที่สุด

ภาวะหลอดเลือดในสมองตีบตันหรือแตก ทำให้เป็นอัมพาตหรือเสียชีวิตได้

เลือดอาจไปเลี้ยงไตไม่พอ ทำให้ไตวายเรื้อรังและภาวะไตวายจะยิ่งทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นอีก

หลอดเลือดแดงในตาจะเสื่อมลงอย่างช้าๆ ทำให้ประสาทตาเสื่อม ตามัวลงเรื่อยๆ จนตาบอดได้ อาจมีเลือดที่จอตา

ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่ต้องรู้เท่าทันก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน

ความดันโลหิตสูง คือภาวะที่ระดับความดันในหลอดเลือดแดงสูงกว่าปกติ โดยวัดได้ตั้งแต่ 140/90 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป ภาวะนี้มักไม่แสดงอาการชัดเจน แต่สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และไตวายเรื้อรัง หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

Hypertension

Hypertension เป็นคำศัพท์ทางการแพทย์ที่ใช้เรียกภาวะความดันโลหิตสูง โดยแบ่งค่าความดันออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

  • ความดันโลหิตค่าบน (Systolic): แรงดันขณะหัวใจบีบตัว

  • ความดันโลหิตค่าล่าง (Diastolic): แรงดันขณะหัวใจคลายตัว

การวินิจฉัยภาวะ Hypertension พิจารณาจากค่าความดันที่วัดได้ซ้ำหลายครั้ง หากมีค่าตั้งแต่ 140/90 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ความดันโลหิตสูง

ความดันสูงเกิดจาก

ภาวะความดันสูงเกิดได้จากหลายปัจจัย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

ชนิดไม่ทราบสาเหตุ (Essential Hypertension)

พบมากกว่า 90% ของผู้ป่วยทั้งหมด มักเกี่ยวข้องกับปัจจัยดังนี้

  • พันธุกรรม

  • อายุที่เพิ่มขึ้น

  • ภาวะน้ำหนักเกิน

  • เบาหวาน

  • การรับประทานอาหารเค็มจัด

  • การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก

  • การสูบบุหรี่

  • ความเครียดสะสม

 

ชนิดทราบสาเหตุ (Secondary Hypertension)

เกิดจากโรคหรือภาวะอื่น เช่น

  • โรคไตเรื้อรัง

  • หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไตตีบ

  • เนื้องอกที่ต่อมหมวกไต

  • หลอดเลือดแดงใหญ่ตีบ

  • การใช้ยาสเตียรอยด์เป็นประจำ

อาการของผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง

ผู้ป่วยจำนวนมากไม่แสดงอาการในระยะแรก บางรายอาจพบอาการ เช่น

  • ปวดศีรษะ

  • เวียนศีรษะ

  • มึนงง

  • เหนื่อยง่ายผิดปกติ

หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแล อาจส่งผลต่อหัวใจ สมอง ไต หลอดเลือด และดวงตา เนื่องจากผนังหลอดเลือดหนาตัวและตีบแคบลง ทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ลดลง

ปัจจัยเสี่ยงของความดันโลหิตสูง

ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้

  • พันธุกรรม

  • อายุที่เพิ่มขึ้น

  • เพศ

ปัจจัยที่ควบคุมได้

  • ภาวะน้ำหนักเกิน

  • ไขมันในเลือดสูง

  • ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก

  • รับประทานอาหารรสเค็มจัด

  • ขาดการออกกำลังกาย

  • ภาวะดื้ออินซูลินหรือเบาหวาน

 

ภาวะแทรกซ้อนจากความดันโลหิตสูง

  • หัวใจทำงานหนักและหัวใจโต อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว

  • หลอดเลือดสมองตีบหรือแตก เสี่ยงต่ออัมพาต

  • ไตวายเรื้อรัง จากเลือดไปเลี้ยงไตไม่เพียงพอ

  • ความผิดปกติของจอตา ทำให้การมองเห็นลดลง

สรุป

ความดันโลหิตสูงเป็นภาวะที่พบได้บ่อยและมักไม่แสดงอาการในระยะแรก การตรวจวัดความดันโลหิตเป็นประจำและการติดตามดูแลอย่างเหมาะสม มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้

 
 
 
 
 
 
 
 
 

1. www.thaiheartweb.com

2. www.siamhealth.net

3. www.bangkokhearthospital.com

4. R FL et al, Coenzyme Q10 in the treatment of hypertension: a meta-analysis of the clinical trials, J Human Hypertension 2007:21:297-306

5. Jamison JR et al, Clinical Guide to Nutrition and Dietary Supplements in Disease Management , 325

6. โรคความดันโลหิตสูง , สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย

7. พล.อ.ต.นพ.บรรหาร กออนันตกูล ,บทบาทชีววัฏจักรความดันโลหิตต่ออุบัติการณ์โรคหัวใจและหลอดเลือด , Cardiovascular & Metabolic Magazine , June 2553

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

365wecare call365wecare Line365wecare Facebook365wecare Tiktok
วิธีสั่งซื้อสินค้า|เงื่อนไขการคืนสินค้า| ฝ่ายบริการลูกค้า 080-365-3696
ติดตามเราได้ที่  

หน้าหลัก

แบรนด์

shopping_cart
0

ตะกร้าสินค้า

โปรโมชั่น

บทความน่ารู้