365WECARE

แปรงสีฟัน และการดูแลเพื่อสุขอนามัยช่องปากที่เหมาะสม

แปรงสีฟัน เป็นอุปกรณ์พื้นฐานในการดูแลสุขภาพช่องปาก ใช้ทำความสะอาดฟัน เหงือก และลิ้น เพื่อช่วยลดคราบจุลินทรีย์และเศษอาหาร การเลือกแปรงสีฟันที่เหมาะสมกับสภาพช่องปาก รวมถึงการเปลี่ยนและดูแลอย่างถูกวิธี มีส่วนช่วยสนับสนุนสุขอนามัยในชีวิตประจำวัน

แปรงสีฟันคืออะไร และมีหน้าที่อย่างไร

แปรงสีฟัน (Toothbrush) คืออุปกรณ์ที่มีด้ามจับและขนแปรง ใช้ร่วมกับยาสีฟันเพื่อทำความสะอาดพื้นผิวฟันและซอกฟัน

หน้าที่หลัก ได้แก่

  • ลดคราบจุลินทรีย์บนผิวฟัน

  • ช่วยทำความสะอาดเหงือกอย่างอ่อนโยน

  • ลดการสะสมของเศษอาหาร

  • สนับสนุนสุขอนามัยช่องปากโดยรวม

ประเภทของแปรงสีฟัน

แปรงสีฟันแบบธรรมดา (Manual Toothbrush)

  • ใช้งานง่าย

  • มีหลายระดับความนุ่มของขนแปรง

แปรงสีฟันไฟฟ้า (Electric Toothbrush)

  • มีการสั่นหรือหมุนอัตโนมัติ

  • ช่วยควบคุมแรงกดได้ในบางรุ่น

แปรงสีฟันสำหรับเด็ก

  • หัวแปรงเล็ก

  • ขนนุ่มพิเศษ

  • ด้ามจับออกแบบให้เหมาะกับมือเด็ก

เปรียบเทียบแปรงสีฟันธรรมดากับแปรงสีฟันไฟฟ้า

แปรงสีฟันธรรมดาเป็นตัวเลือกที่ใช้งานง่ายและควบคุมการแปรงได้ด้วยตนเอง เหมาะสำหรับผู้ที่มีเทคนิคการแปรงที่ถูกต้องและต้องการความสะดวกในการพกพา

แปรงสีฟันไฟฟ้ามีระบบสั่นหรือหมุนช่วยทำความสะอาด จึงอาจช่วยให้การแปรงทั่วถึงมากขึ้นในบางคน โดยเฉพาะผู้ที่ควบคุมแรงกดได้ไม่สม่ำเสมอ หรือเด็กที่ยังแปรงฟันเองไม่คล่อง อย่างไรก็ตาม ต้องมีการเปลี่ยนหัวแปรงตามระยะเวลาและดูแลแบตเตอรี่

สรุปง่าย ๆ คือ หากแปรงถูกวิธี แปรงธรรมดาก็สามารถทำความสะอาดได้ดี แต่แปรงไฟฟ้าอาจช่วยเพิ่มความสะดวกและความสม่ำเสมอในการแปรงฟัน

แปรงสีฟันสำหรับเด็ก

แปรงสีฟันสำหรับเด็กออกแบบให้เหมาะกับช่องปากขนาดเล็ก โดยมีคุณสมบัติสำคัญ เช่น

  • หัวแปรงขนาดเล็ก

  • ขนนุ่มพิเศษ

  • ด้ามจับออกแบบให้จับถนัดมือเด็ก

ผู้ปกครองควรช่วยดูแลการแปรงฟันในเด็กเล็ก และเลือกแปรงที่เหมาะกับช่วงวัย

แปรงสีฟันจัดฟัน

ผู้ที่จัดฟันควรเลือกแปรงสีฟันที่ออกแบบเฉพาะสำหรับการทำความสะอาดรอบเครื่องมือจัดฟัน เช่น

  • ขนแปรงลักษณะเว้าตรงกลางเพื่อทำความสะอาดรอบลวด

  • หัวแปรงขนาดเล็กเข้าถึงซอกได้ง่าย

  • อาจใช้ร่วมกับแปรงซอกฟันหรืออุปกรณ์เสริมอื่น ๆ

การดูแลความสะอาดในผู้จัดฟันควรใส่ใจมากขึ้น เนื่องจากมีโอกาสสะสมคราบได้ง่าย

 

วิธีเลือกแปรงสีฟันให้เหมาะสม

  • เลือกขนแปรงนุ่ม (Soft) สำหรับการใช้งานทั่วไป

  • เลือกหัวแปรงขนาดพอดีกับช่องปาก

  • ด้ามจับควรถนัดมือ

  • หากมีเหงือกบอบบาง ควรเลือกชนิดอ่อนโยน

วิธีแปรงฟันอย่างเหมาะสม

  • แปรงฟันวันละอย่างน้อย 2 ครั้ง

  • ใช้เวลาประมาณ 2 นาทีต่อครั้ง

  • แปรงให้ทั่วทุกด้านของฟัน

  • ไม่ออกแรงกดมากเกินไป

  • เปลี่ยนแปรงทุก 3–4 เดือน หรือเมื่อขนแปรงบาน

การดูแลรักษาแปรงสีฟัน

  • ล้างขนแปรงให้สะอาดหลังใช้งาน

  • สะบัดน้ำออกและตั้งให้แห้ง

  • ไม่ใช้แปรงร่วมกับผู้อื่น

  • เก็บในที่แห้งและมีอากาศถ่ายเท

สรุป

แปรงสีฟันเป็นอุปกรณ์สำคัญในการดูแลสุขภาพช่องปาก การเลือกขนแปรงที่เหมาะสม หัวแปรงขนาดพอดี และเปลี่ยนแปรงตามระยะเวลา จะช่วยสนับสนุนการทำความสะอาดฟันและเหงือกได้อย่างเหมาะสม

 
 

 

 

 

 

วิธีเลือกแปรงสีฟันที่เหมาะสม และมีคุณภาพที่ดี 

 

     แปรงสีฟันเป็นอุปกรณ์สำคัญในการทำความสะอาดช่องปาก การใช้แปรงสีฟันที่ด้อยคุณภาพ นอกจากไม่มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดช่องปากแล้ว ยังมีผลกระทบต่อสุขภาพช่องปากด้วย ได้แก่ ขนแปรงสีฟันที่แข็งเกินไปจะทำให้ฟันสึก และเกิดการระคายเคืองต่อขอบเหงือก อาจทำให้เกิดแผลในช่องปาก แรงยึดขนแปรงกับหัวแปรงต่ำกว่ามาตรฐาน อาจทำให้ขนแปรงหลุดจากหัวแปรงในขณะใช้งานตามปกติ หรือการใช้แปรงสีฟันที่มีขนาดใหญ่กว่าช่องปากมากเกินไป ทำให้ไม่สามารถทำความสะอาดซี่ฟันด้านในได้ ดังนั้นจึงควรเลือกใช้แปรงสีฟันที่ถูกสุขลักษณะ วิธีเลือกแปรงสีฟันให้เหมาะกับตนเอง ต้องคำนึงถึงเรื่องอะไรบ้าง? วันนี้เราจะมาบอกเทคนิคง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณเลือกแปรงสีฟันที่ดีต่อช่องปากของคุณกัน โดยสิ่งแรกที่ต้องพิจารณา คือ

 

องค์ประกอบของแปรงสีฟันที่ดี

         ด้ามแปรงสีฟัน จับถนัดมือด้วยความยาวที่พอเหมาะ แข็งแรงไม่หักงอได้ง่ายๆ 

        ขนาดของหัวแปรงสีฟัน ต้องไม่มีส่วนหรือมุมที่มีความคม ไม่ใหญ่เกินไป และมีรูปทรงที่สามารถซอกซอนเข้าไปทำความสะอาดภายในช่องปากได้อย่างทั่วถึง โดยหัวแปรงสีฟันของผู้ใหญ่ ควรมีขนาดความกว้าง ไม่เกิน 15 มิลลิเมตร และยาว ไม่เกิน 34 มิลลิเมตร

        ✿ ขนของแปรงสีฟัน ควรผลิตจากไนลอน หรือ PTB มีความอ่อนนุ่มกำลังดี ผิวเรียบ ขอบไม่คม ขนแปรงกระจุกตัวไม่หลุดร่วงง่าย มี 3 - 4 แถว ปลายขนโค้งมนเล็กน้อย หากมีปลายแหลมต้องเป็นขนแปรงชนิดอ่อนนุ่มเท่านั้น การเลือกขนแปรงที่แข็งปานกลาง หรือแข็งมาก อาจนำไปสู่ปัญหาเหงือกร่น และเร่งให้เคลือบฟันสึกกร่อนได้ง่ายขึ้น

        ✿ หัวแปรงสีฟันขนาดพอเหมาะกับช่องปากของตน ความกว้างหัวแปรงสีฟันผู้ใหญ่ไม่ควรเกิน 1.5 เซนติเมตร การใช้แปรงสีฟันที่มีขนาดใหญ่กว่าช่องปากมากเกินไป ทำให้ไม่สามารถทำความสะอาดซี่ฟันด้านในได้

        ✿ ขนแปรงชนิดปานกลาง (medium), นุ่ม (soft) หรือนุ่มพิเศษ (extra soft) เพื่อลดการทำอันตรายต่อผิวฟัน และขอบเหงือก

        ✿ ด้ามจับแปรงสีฟันยาวพอเหมาะ จับได้ถนัดมือ

        ✿ ปลายขนแปรงแบบมนกลมหรือเรียวแหลม

        ✿ ลักษณะปลายขนแปรงเรียบเสมอกัน ไม่ซิกแซก เพื่อให้แปรงสีฟันแนบกับผิวฟันบริเวณคอฟันมากที่สุด เนื่องจากบริเวณคอฟัน เป็นตำแหน่งที่พบคราบอาหารมากที่สุดบนผิวฟัน

 

ราคาแปรงสีฟันที่เหมาะสมกับคุณภาพ          

        ✿ ราคาของแปรงสีฟันที่เหมาะสม นอกจากดูที่คุณภาพของแปรงสีฟันแล้ว อย่าลืมพิจารณาเรื่องราคาด้วย โดยราคาควรสอดคล้องกับคุณภาพของแปรงสีฟันที่ได้ ซึ่งราคาของแปรงสีฟันธรรมดาที่มีขายทั่วไป มีตั้งแต่หลักสิบ จนถึงหลักร้อย

        ✿ แปรงสีฟันธรรมดา หรือ แปรงสีฟันไฟฟ้า หากพูดถึงประสิทธิภาพในการทำความสะอาดของแปรงสีฟันทั้งสองแบบ ก็พูดได้เลยว่า สามารถทำความสะอาดช่องปากและฟันได้ไม่ต่างกัน ดังนั้น เมื่อต้องเลือกระหว่างแปรงสีฟันธรรมดา กับ แปรงสีฟันไฟฟ้า เราอาจจะต้องพิจารณาที่เรื่องอื่น ได้แก่

        ✿ แปรงสีฟันไฟฟ้า เกิดมาเพื่อช่วยผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวให้สามารถแปรงฟันได้ง่ายขึ้น

        ✿ แปรงสีฟันไฟฟ้ามีราคาแพงกว่าแบบธรรมดา และมีค่าใช้จ่ายเสริมในขณะใช้งานด้วย

        ✿ แปรงสีฟันไฟฟ้าใช้ระบบสั่นในการทำความสะอาด โดยไม่ต้องออกแรงเอง จึงช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ใช้งาน

        ✿ แปรงสีฟันไฟฟ้าช่วยถนอมช่องปากมากกว่าแบบธรรมดา ที่ต้องใช้แรงในการแปรง ซึ่งเมื่อออกแรงมากเกินไป อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บ และเป็นต้นเหตุของเหงือกร่นได้ แต่อย่างไรก็ตาม แปรงสีฟันธรรมดา ก็สามารถควบคุมความหนักเบาในการแปรงได้ตามต้องการของผู้ใช้งาน

 

การดูแลรักษา และอายุการใช้งานของแปรงสีฟัน

     เมื่อคุณเลือกแปรงสีฟันที่เหมาะกับตนเองได้แล้ว ก็อย่าลืมดูแลรักษาแปรงของคุณด้วย เพื่อประสิทธิภาพในการใช้งานที่ดี โดยมีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เพียงเริ่มจาก

        ✿ หลังแปรงฟันเสร็จ ต้องล้างแปรงสีฟันให้สะอาด ปราศจากคราบยาสีฟัน และเศษอาหารที่อาจติดอยู่

        ✿ วางแปรงสีฟันให้หัวแปรงตั้งขึ้น ปล่อยให้แห้งสนิท โดยไม่เก็บแปรงในภาชนะปิด เพราะจะเกิดความชื้น เป็นเหตุให้เกิดเชื้อรา และเอื้อต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย

        ✿ ไม่ใช้แปรงสีฟันร่วมกับผู้อื่น 

        ✿ อายุการใช้งานของแปรงสีฟันอยู่ที่ประมาณ 3 - 4 เดือน ดังนั้น หากใช้งานได้ครบตามระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ก็ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันใหม่เสมอ

        ✿ เพราะเราต้องแปรงฟันทุกวัน การเลือกแปรงสีฟันให้เหมาะกับตนเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขจัดคราบจุลินทรีย์ คราบพลัค และเศษอาหารได้อย่างหมดจดมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาช่องปากและฟัน เราจึงต้องแปรงฟันด้วยแปรงสีฟันที่ดีต่อช่องปากของคุณอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้า และก่อนนอน นอกจากนี้ อย่าลืมตรวจสุขภาพฟันและช่องปากเป็นประจำทุกๆ 6 เดือน ที่ BFC Dental ทุกสาขา เพื่อสุขภาพช่องปาก และฟันที่ดี

: DENTALPRO Co., Ltd., เข้าถึงได้จาก: http://www.dentalpro.co.jp/en/product/toothbrush/denpro_black_chougokuboso_plus.html : บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน), สุขภาพช่องปากที่ดีเป็นอย่างไร, เข้าถึงได้จาก: http://www.ldcdental.com/2016/02/29/29-02-59-oral-health/

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

365wecare call365wecare Line365wecare Facebook365wecare Tiktok
วิธีสั่งซื้อสินค้า|เงื่อนไขการคืนสินค้า| ฝ่ายบริการลูกค้า 080-365-3696
ติดตามเราได้ที่  

หน้าหลัก

แบรนด์

shopping_cart
0

ตะกร้าสินค้า

โปรโมชั่น

บทความน่ารู้